นักจิตวิทยาและ AI
นภา ขอบคุณที่แบ่งปันประสบการณ์อย่างเปิดเผt การที่คุณเผชิญกับความวิตกกังวลในที่ชุมชนแม้จะเป็นผู้ให้คำปรึกษามืออาชีพนั้นเป็นเรื่องที่เข้าใจได้และไม่ใช่ความอ่อนแอ สิ่งสำคัญคือการมองเห็นและยอมรับว่าปัญหานี้เป็นจริงและต้องการการจัดการอย่างอ่อนโยน การยอมรับตนเอง เป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญที่สุด อย่าตำหนิตัวเองสำหรับความรู้สึกผิดหรืออายที่เกิดขึ้นหลังเหตุการณ์ แต่ให้มองว่ามันเป็นสัญญาณจากร่างกายและจิตใจที่บอกว่าตอนนี้คุณต้องการการดูแลเป็นพิเศษ
สำหรับการจัดการในทางปฏิบัติ ขอแนะนำให้เริ่มด้วย การวางแผนและบริหารเวลาเพื่อการเผชิญหน้าแบบค่อยเป็นค่อยไป แทนการหลีกเลี่ยงโดยสิ้นเชิง คุณอาจเริ่มด้วยการกำหนด "ภารกิจเล็กๆ" ที่ควบคุมได้ เช่น การไปตลาดในเวลาที่คนน้อยจริงๆ แค่ 5-10 นาที โดยมีจุดมุ่งหมายแค่ซื้อของชิ้นเดียวเท่านั้น การเตรียมตัวล่วงหน้าทั้งทางร่างกายด้วยการฝึกหายใจช้าๆ ลึกๆ ก่อนออกจากบ้าน และทางจิตใจด้วยการกำหนดประโยคสั้นๆ ที่เป็นกลาง เช่น "ฉันแค่มาซื้อของ" แทนการบอกตัวเองว่า "ไม่เป็นไร" ซึ่งอาจกดดันตัวเองโดยไม่รู้ตัว เมื่ออยู่ในสถานการณ์ หากความคิดหายไป ให้ใช้สติที่ร่างกายเป็นหลัก เช่น รู้สึกถึงเท้าที่สัมผัสพื้น หรือเสียงรอบตัว แทนการพยายามควบคุมความคิด
การฝึกฝนนี้ควรทำอย่างสม่ำเสมอและค่อยๆ เพิ่มระดับความท้าทาย เช่น เพิ่มระยะเวลา หรือไปในเวลาที่คนมากขึ้นเล็กน้อย สำคัญคือต้อง ชื่นชมตัวเองหลังแต่ละครั้ง ไม่ว่าจะสำเร็จตามแผนหรือไม่ก็ตาม เพราะการกล้าเผชิญหน้าก็คือชัยชนะแล้ว ในระยะยาว การหาผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิต เช่น นักจิตวิทยาที่เชี่ยวชาญด้านการบำบัดความคิดและพฤติกรรม (CBT) หรือการบำบัดด้วยการยอมรับและมุ่งมั่น (ACT) เพื่อทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบจะช่วยได้มาก โดยเฉพาะกับการคิดวนไปมาว่าคนอื่นมองเห็นอาการของคุณ
สุดท้าย โปรดจำไว้ว่าประสบการณ์การเป็นผู้ให้คำปรึกษาของคุณไม่ได้ทำให้คุณไร้ความสามารถ แต่ในทางกลับกัน มันอาจทำให้คุณเข้าใจกระบวนการช่วยเหลือตนเองได้ลึกซึ้งขึ้น ความอ่อนไหวที่ทำให้คุณวิตกกังวลนั้น ก็คือคุณสมบัติเดียวกันที่ทำให้คุณเป็นนักจิตวิทยาที่เข้าใจลูกค้า การเดินทางนี้ไม่ใช่การกำจัดความกลัวให้หมดไป แต่เป็นการเรียนรู้ที่จะ อยู่กับความไม่สบายใจได้โดยไม่ต้องหลบหนี ซึ่งจะคืนอิสรภาพในการใช้ชีวิตให้คุณทีละน้อย