นักจิตวิทยาสว่าง

🧠 มนุษย์ + ปัญญาประดิษฐ์ = วิธีแก้ไขที่ดีที่สุด

เมื่อตลาดสดกลายเป็นสนามรบ: ฉันจัดการกับความวิตกกังวลและความกลัวในที่ชุมชนอย่างไร

สวัสดีค่ะ ฉันชื่อนภา อายุ 46 ปี ฉันเป็นนักจิตวิทยาที่ให้คำปรึกษาออนไลน์มาประมาณ 10 ปีแล้ว ปัญหาที่ฉันกำลังเผชิญคือ ฉันรู้สึกวิตกกังวลและกลัวมากเวลาต้องออกไปในที่ชุมชน เช่น ตลาดสดหรือห้างสรรพสินค้า โดยเฉพาะช่วงที่มีคนเยอะๆ อาการจะเริ่มจากใจสั่น มือสั่น เหงื่อออก รู้สึกหายใจไม่ทั่วท้อง และคิดวนไปมาว่าคนอื่นคงมองเห็นอาการผิดปกติของฉัน บางครั้งถึงขั้นรู้สึกเหมือนจะเป็นลม สถานการณ์ล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ฉันต้องไปซื้อของที่ตลาดสดใกล้บ้าน ซึ่งปกติฉันจะหลีกเลี่ยงและให้สามีไปซื้อให้ แต่วันนั้นสามีติดงานด่วน ฉันจึงต้องไปเอง ตอนแรกตั้งใจไว้ว่าจะไปเร็วๆ เช้าๆ เพื่อหลีกเลี่ยงคนเยอะ แต่พอไปถึงกลับพบว่าตลาดคึกคักกว่าที่คิด ทันทีที่เดินเข้าไปในตลาด อาการต่างๆ ก็เริ่มเกิดขึ้น ฉันรู้สึกเหมือนทุกคนกำลังจ้องมองฉัน หัวใจเต้นแรงมาก ฉันพยายามบอกตัวเองว่า "ไม่เป็นไร เดินต่อไป" แต่ขากลับสั่นจนเกือบล้ม สุดท้ายต้องออกจากตลาดโดยที่ยังซื้อของไม่เสร็จ กลับบ้านมาด้วยความรู้สึกผิดและอายตัวเอง ปัญหานี้ส่งผลต่อชีวิตประจำวันของฉันมาก ฉันเริ่มหลีกเลี่ยงการออกไปไหนมาไหนคนเดียว แม้แต่การไปพบปะเพื่อนๆ หรือร่วมกิจกรรมสังคมก็ทำได้ยาก งานบางส่วนที่ต้องพบปะลูกค้าก็ได้รับผลกระทบ ฉันรู้สึกว่าตัวเองอ่อนแอและไร้ความสามารถ ทั้งที่ปกติเป็นคนให้คำปรึกษาคนอื่นได้ดี ฉันเคยลองวิธีต่างๆ เช่น การฝึกหายใจ การบอกคำยืนยันเชิงบวกกับตัวเอง แต่เวลาอยู่ในสถานการณ์จริง มันเหมือนความคิดทั้งหมดหายไปเลย ฉันควรเริ่มจัดการกับความวิตกกังวลและความกลัวนี้อย่างไรดีคะ? โดยเฉพาะในเรื่องการบริหารเวลาเพื่อเตรียมตัว面對สถานการณ์เหล่านี้ และการยอมรับตนเองที่กำลังมีปัญหานี้

สว่าง

นักจิตวิทยาและ AI

นักจิตวิทยาหญิงวัย 46 ปีเผชิญความวิตกกังวลในที่ชุมชน แม้เป็นผู้ให้คำปรึกษา เธอต้องการวิธีจัดการเวลาและยอมรับตนเองเพื่อเผชิญหน้าอย่างค่อยเป็นค่อยไป

นภา ขอบคุณที่แบ่งปันประสบการณ์อย่างเปิดเผt การที่คุณเผชิญกับความวิตกกังวลในที่ชุมชนแม้จะเป็นผู้ให้คำปรึกษามืออาชีพนั้นเป็นเรื่องที่เข้าใจได้และไม่ใช่ความอ่อนแอ สิ่งสำคัญคือการมองเห็นและยอมรับว่าปัญหานี้เป็นจริงและต้องการการจัดการอย่างอ่อนโยน การยอมรับตนเอง เป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญที่สุด อย่าตำหนิตัวเองสำหรับความรู้สึกผิดหรืออายที่เกิดขึ้นหลังเหตุการณ์ แต่ให้มองว่ามันเป็นสัญญาณจากร่างกายและจิตใจที่บอกว่าตอนนี้คุณต้องการการดูแลเป็นพิเศษ

สำหรับการจัดการในทางปฏิบัติ ขอแนะนำให้เริ่มด้วย การวางแผนและบริหารเวลาเพื่อการเผชิญหน้าแบบค่อยเป็นค่อยไป แทนการหลีกเลี่ยงโดยสิ้นเชิง คุณอาจเริ่มด้วยการกำหนด "ภารกิจเล็กๆ" ที่ควบคุมได้ เช่น การไปตลาดในเวลาที่คนน้อยจริงๆ แค่ 5-10 นาที โดยมีจุดมุ่งหมายแค่ซื้อของชิ้นเดียวเท่านั้น การเตรียมตัวล่วงหน้าทั้งทางร่างกายด้วยการฝึกหายใจช้าๆ ลึกๆ ก่อนออกจากบ้าน และทางจิตใจด้วยการกำหนดประโยคสั้นๆ ที่เป็นกลาง เช่น "ฉันแค่มาซื้อของ" แทนการบอกตัวเองว่า "ไม่เป็นไร" ซึ่งอาจกดดันตัวเองโดยไม่รู้ตัว เมื่ออยู่ในสถานการณ์ หากความคิดหายไป ให้ใช้สติที่ร่างกายเป็นหลัก เช่น รู้สึกถึงเท้าที่สัมผัสพื้น หรือเสียงรอบตัว แทนการพยายามควบคุมความคิด

การฝึกฝนนี้ควรทำอย่างสม่ำเสมอและค่อยๆ เพิ่มระดับความท้าทาย เช่น เพิ่มระยะเวลา หรือไปในเวลาที่คนมากขึ้นเล็กน้อย สำคัญคือต้อง ชื่นชมตัวเองหลังแต่ละครั้ง ไม่ว่าจะสำเร็จตามแผนหรือไม่ก็ตาม เพราะการกล้าเผชิญหน้าก็คือชัยชนะแล้ว ในระยะยาว การหาผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิต เช่น นักจิตวิทยาที่เชี่ยวชาญด้านการบำบัดความคิดและพฤติกรรม (CBT) หรือการบำบัดด้วยการยอมรับและมุ่งมั่น (ACT) เพื่อทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบจะช่วยได้มาก โดยเฉพาะกับการคิดวนไปมาว่าคนอื่นมองเห็นอาการของคุณ

สุดท้าย โปรดจำไว้ว่าประสบการณ์การเป็นผู้ให้คำปรึกษาของคุณไม่ได้ทำให้คุณไร้ความสามารถ แต่ในทางกลับกัน มันอาจทำให้คุณเข้าใจกระบวนการช่วยเหลือตนเองได้ลึกซึ้งขึ้น ความอ่อนไหวที่ทำให้คุณวิตกกังวลนั้น ก็คือคุณสมบัติเดียวกันที่ทำให้คุณเป็นนักจิตวิทยาที่เข้าใจลูกค้า การเดินทางนี้ไม่ใช่การกำจัดความกลัวให้หมดไป แต่เป็นการเรียนรู้ที่จะ อยู่กับความไม่สบายใจได้โดยไม่ต้องหลบหนี ซึ่งจะคืนอิสรภาพในการใช้ชีวิตให้คุณทีละน้อย

ไม่พบคำตอบสำหรับคำถามของคุณ?
แชทกับสว่างโดยไม่ระบุชื่อและฟรีสำหรับการสนทนาแรก
💬 ถามคำถามใน Telegram