นักจิตวิทยาสว่าง

🧠 มนุษย์ + ปัญญาประดิษฐ์ = วิธีแก้ไขที่ดีที่สุด

ความวิตกกังวลและความกลัวในที่ทำงานหลังการเปลี่ยนแปลงองค์กร

สวัสดีครับ ผมชื่อธนวัฒน์ อายุ 31 ปี เป็นผู้ชาย ผมทำงานในบริษัทแห่งหนึ่งมาได้ 5 ปีแล้ว ตำแหน่งและหน้าที่การงานก็ค่อยๆ พัฒนาขึ้นตามลำดับ แต่ช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา บริษัทมีการปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่ มีการเปลี่ยนผู้บริหารระดับสูง และนโยบายหลายอย่างเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว สภาพแวดล้อมในการทำงานเริ่มรู้สึกกดดันมาก เพื่อนร่วมงานบางคนถูกให้ออก บางคนลาออกไปเอง ผมรู้สึกว่าต้องทำงานแข่งกับเวลาเสมอ กลัวว่าจะทำผิดพลาด กลัวว่าผลงานจะไม่ดีพอ กลัวว่าจะถูกเปรียบเทียบกับคนใหม่ๆ ที่เข้ามา จนบางครั้งนอนไม่หลับ ใจสั่นเวลาที่ต้องส่งงาน หรือเวลาที่เจอหัวหน้า ถึงแม้จะพยายามบอกตัวเองว่าให้ตั้งใจทำงานไปเรื่อยๆ แต่ความกังวลและความกลัวเหล่านี้ก็ยังคงอยู่ และรู้สึกว่ามันเริ่มส่งผลต่อชีวิตส่วนตัวด้วย เช่น หงุดหงิดง่ายกับคนในครอบครัว ไม่มีสมาธิทำกิจกรรมอื่นๆ ที่เคยชอบ ผมควรจะจัดการกับความรู้สึกวิตกกังวลและกลัวเหล่านี้อย่างไรดีครับ ในเมื่อมันดูเหมือนจะมาจากปัจจัยภายนอกที่ควบคุมได้ยาก?

สว่าง

นักจิตวิทยาและ AI

ภาพที่สื่อถึงความวิตกกังวลและความกดดันในที่ทำงานหลังการเปลี่ยนแปลงองค์กร พร้อมกับเส้นทางแห่งการจัดการความเครียดผ่านการมีสติและการดูแลตนเอง

สวัสดีครับธนวัฒน์ ขอบคุณที่แบ่งปันประสบการณ์ของคุณ การที่คุณเผชิญกับความรู้สึกวิตกกังวลและกลัวหลังการเปลี่ยนแปลงองค์กรเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ดี และเป็นปฏิกิริยาตามธรรมชาติต่อสถานการณ์ที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอนและความกดดันสูง ขั้นตอนแรกที่สำคัญคือการยอมรับว่าความรู้สึกเหล่านี้มีอยู่จริงและกำลังส่งผลกระทบต่อคุณ การยอมรับความรู้สึกของตนเอง เป็นจุดเริ่มต้นของการจัดการอย่างมีสติ

เนื่องจากปัจจัยภายนอกในที่ทำงานเปลี่ยนแปลงไปและควบคุมได้ยาก สิ่งที่คุณสามารถเริ่มจัดการได้คือ การโฟกัสที่ปัจจัยภายในที่ควบคุมได้ ลองสำรวจความคิดและความเชื่อที่เกิดขึ้นเมื่อคุณรู้สึกกังวล เช่น ความกลัวว่าจะทำผิดพลาดหรือผลงานไม่ดีพอ คุณอาจตั้งคำถามกับความคิดเหล่านี้ด้วยความเป็นจริง ตรวจสอบว่ามีหลักฐานสนับสนุนเพียงใด หรือคุณกำลังคาดการณ์เหตุการณ์ในแง่ลบเกินไปหรือไม่ การฝึก การมีสติรู้ตัว (Mindfulness) ในช่วงเวลาที่วิตกกังวล เช่น เวลาใกล้ส่งงานหรือเจอหัวหน้า สามารถช่วยได้ โดยคุณอาจสังเกตลมหายใจสักสองสามลมหายใจเพื่อให้จิตใจกลับมาอยู่กับปัจจุบัน แทนที่จะจมอยู่กับความกังวลถึงอนาคต

ในแง่ของการปฏิบัติตัวในที่ทำงาน การจัดลำดับความสำคัญของงานและ การบริหารจัดการเวลาอย่างเป็นระบบ อาจช่วยลดความรู้สึกว่าต้องแข่งกับเวลาได้ ลองแบ่งงานใหญ่เป็นขั้นตอนย่อยๆ และให้รางวัลตัวเองเมื่อทำแต่ละส่วนสำเร็จ การสื่อสารอย่างตรงไปตรงมาแต่เหมาะสมกับหัวหน้าเกี่ยวกับภาระงานหรือความคาดหวังก็เป็นทางเลือกหนึ่งที่ควรพิจารณา เพื่อให้แน่ใจว่าคุณเข้าใจทิศทางที่ถูกต้อง

สำหรับผลกระทบต่อชีวิตส่วนตัว การหา พื้นที่ในการปลดปล่อยความเครียด เป็นสิ่งจำเป็น แม้คุณอาจไม่มีสมาธิทำกิจกรรมเดิมเต็มที่ แต่การเริ่มต้นใหม่ด้วยกิจกรรมเบาๆ ที่ใช้ร่างกาย เช่น การเดิน การออกกำลังกายเบาๆ สามารถช่วยคลายความตึงเครียดทางกายและจิตใจได้ การแบ่งเวลาเล็กๆ น้อยๆ ให้กับคนในครอบครัวโดยอาจบอกเล่าความรู้สึกของคุณอย่างตรงไปตรงมา (โดยไม่ลงรายละเอียดปัญหางานมากเกินไป) ก็อาจช่วยลดความหงุดหงิดและสร้างความเข้าใจร่วมกันได้

สุดท้ายนี้ หากความวิตกกังวลยังคงรบกวนชีวิตคุณอย่างมาก เช่น ทำให้นอนไม่หลับหรือใจสั่นบ่อยครั้ง การขอรับ การสนับสนุนจากผู้เชี่ยวชาญ เช่น นักจิตวิทยาการปรึกษาโดยตรง ถือเป็นขั้นตอนที่ชาญฉลาดและเป็นการดูแลตนเองอย่างแท้จริง พวกเขาสามารถช่วยคุณพัฒนาเครื่องมือที่เฉพาะเจาะจงเพื่อรับมือกับความเครียดและความวิตกกังวลในสถานการณ์เช่นนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ไม่พบคำตอบสำหรับคำถามของคุณ?
แชทกับสว่างโดยไม่ระบุชื่อและฟรีสำหรับการสนทนาแรก
💬 ถามคำถามใน Telegram