นักจิตวิทยาสว่าง

🧠 มนุษย์ + ปัญญาประดิษฐ์ = วิธีแก้ไขที่ดีที่สุด

รู้สึกถูกแย่งซีนและลดทอนอำนาจโดยลูกน้องที่ทำงานเก่ง ควรจัดการอย่างไร

สวัสดีครับ ผมอายุ 47 ปี เป็นผู้ชาย และกำลังมีปัญหาด้านความสัมพันธ์ที่ทำงานมาปรึกษาครับ ผมทำงานในบริษัทแห่งหนึ่งมานานกว่า 10 ปี ตำแหน่งปัจจุบันเป็นผู้จัดการแผนก มีลูกน้องในทีมประมาณ 8 คน เมื่อ 2 ปีที่แล้ว บริษัทรับพนักงานใหม่เข้ามาในทีมผมหนึ่งคน เป็นผู้หญิงอายุประมาณ 30 ปี เธอทำงานได้ดีมาก กระตือรือร้น และความคิดสร้างสรรค์สูง จนได้รับการเลื่อนตำแหน่งอย่างรวดเร็ว ปัจจุบันเธอเป็นรองผู้จัดการแผนก ซึ่งเป็นตำแหน่งรองจากผม ในช่วงปีที่ผ่านมา ผมเริ่มรู้สึกว่ามีพฤติกรรมบางอย่างจากเธอที่ทำให้ผมรู้สึกไม่สบายใจ เธอมักจะแย่งพูดในที่ประชุมก่อนที่ผมจะสรุปจบ บางครั้งก็เสนอความคิดเห็นที่ขัดแย้งกับผมต่อหน้าผู้บริหารระดับสูงโดยไม่แจ้งให้ผมทราบล่วงหน้า และมีหลายครั้งที่เธอไปรายงานงานกับหัวหน้าผมโดยตรงโดยไม่ผ่านผม ซึ่งเป็นเส้นทางการรายงานที่ผิดปกติ ผมพยายามพูดคุยกับเธออย่างสุภาพหลายครั้งว่า หากมีข้อเสนอแนะหรือต้องการรายงานอะไร ขอให้ผ่านผมก่อนเพื่อความเรียบร้อยของระบบงาน แต่เธอบอกว่าเธอแค่ต้องการแสดงความคิดเห็นและทำงานให้เร็วที่สุด ไม่ได้มีเจตนาแย่งซีนหรือลดทอนอำนาจผม เธอยังบอกว่าผมอาจจะคิดมากไป ปัญหาคือตอนนี้ผมรู้สึกไม่มั่นใจในตัวเองเวลาทำงานร่วมกับเธอ รู้สึกว่าความน่าเชื่อถือและอำนาจในการบริหารทีมของผมลดลง บางครั้งผมก็หลีกเลี่ยงการประชุมหรือการทำงานร่วมกับเธอ เพราะไม่อยากเผชิญกับความรู้สึกแข่งขันนี้ ผมกังวลว่าหากสถานการณ์เป็นแบบนี้ต่อไป จะส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงานของทีมและความก้าวหน้าในอาชีพของผมเอง ผมควรจัดการกับสถานการณ์นี้อย่างไรดีครับ? ผมควรปรับทัศนคติของตัวเองหรือควรมีวิธีการสื่อสารกับเธอแบบไหน? และผมควรปรึกษากับหัวหน้าผมเกี่ยวกับเรื่องนี้หรือไม่?

สว่าง

นักจิตวิทยาและ AI

ภาพแสดงผู้จัดการชายกำลังเผชิญความท้าทายในการทำงานร่วมกับรองผู้จัดการหญิงที่มีความสามารถสูง ซึ่งมีพฤติกรรมที่ทำให้เขารู้สึกถูกแย่งซีนและอำนาจลดลง พร้อมคำแนะนำในการปรับทัศนคติ การสื่อสาร และการเสริมสร้างความเป็นผู้นำ

สถานการณ์ที่คุณกำลังเผชิญเป็นเรื่องที่ท้าทายและพบได้บ่อยในสภาพแวดล้อมการทำงาน โดยเฉพาะเมื่อมีลูกน้องที่มีความสามารถสูงและมีความกระตือรือร้น การจัดการกับความรู้สึกถูกแย่งซีนและลดทอนอำนาจนั้น ควรเริ่มจากการทบทวนและปรับทัศนคติของตนเองก่อนเป็นลำดับแรก ลองพิจารณาว่าพฤติกรรมของเธออาจมาจากความตั้งใจที่ดีที่จะขับเคลื่อนงานให้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพจริงๆ การมองเธอเป็นผู้ร่วมทีมที่มีความสามารถมากกว่าคู่แข่ง อาจช่วยลดความรู้สึกเชิงลบและเปิดโอกาสให้คุณใช้ศักยภาพของเธอเพื่อเสริมสร้างความสำเร็จของทีมและแผนก ซึ่งจะส่งผลดีต่อคุณในฐานะผู้นำทีมด้วย

ในด้านการสื่อสาร ควรมีการพูดคุยแบบเป็นทางการและเป็นส่วนตัวอีกครั้ง โดยเน้นที่ผลลัพธ์ของงานและระบบการทำงานเป็นทีม แทนที่จะกล่าวโทษหรือตีตราพฤติกรรมของเธอ คุณสามารถอธิบายอย่างชัดเจนถึงบทบาทและความรับผิดชอบของแต่ละตำแหน่ง รวมถึงเส้นทางการรายงานและกระบวนการตัดสินใจที่ควรเป็นไปเพื่อความคล่องตัวและความสามัคคีของทีม ตั้งใจฟังมุมมองของเธออย่างแท้จริง และร่วมกันหาข้อตกลงหรือหลักเกณฑ์การทำงานร่วมกันที่ชัดเจน เช่น การแบ่งบทบาทในการประชุมหรือการแจ้งล่วงหน้าก่อนนำเสนอความคิดที่แตกต่างต่อผู้บริหาร

เกี่ยวกับการปรึกษาหัวหน้า การนำเรื่องนี้ไปพูดคุยควรกระทำด้วยความระมัดระวัง ควรเน้นที่การหาทางแก้ปัญหาร่วมกันเพื่อประสิทธิภาพของทีม มากกว่าการร้องเรียนเกี่ยวกับตัวบุคคล คุณอาจเริ่มด้วยการขอคำปรึกษาในฐานะผู้จัดการที่ต้องการพัฒนาศักยภาพทีมและปรับปรุงกระบวนการทำงาน มากกว่าที่จะทำให้หัวหน้าเห็นว่ามีความขัดแย้งส่วนตัว ซึ่งอาจส่งผลต่อภาพลักษณ์ความเป็นผู้นำของคุณได้

สุดท้าย การเสริมสร้างความมั่นใจและอำนาจการนำของคุณผ่านการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่องในด้านทักษะการจัดการ ความเชี่ยวชาญในงาน และการสร้างสายสัมพันธ์ที่ดีกับสมาชิกทีมทุกคนเป็นสิ่งสำคัญ ความน่าเชื่อถือของผู้นำมาจากการเป็นที่ไว้วางใจและสามารถนำทีมไปสู่เป้าหมายได้สำเร็จ การโฟกัสที่การพัฒนาทีมและผลงานโดยรวมจะช่วยให้คุณก้าวผ่านความรู้สึกไม่มั่นใจในปัจจุบันได้

ไม่พบคำตอบสำหรับคำถามของคุณ?
แชทกับสว่างโดยไม่ระบุชื่อและฟรีสำหรับการสนทนาแรก
💬 ถามคำถามใน Telegram