นักจิตวิทยาสว่าง

🧠 มนุษย์ + ปัญญาประดิษฐ์ = วิธีแก้ไขที่ดีที่สุด

เมื่อคืนกลายเป็นความทรมาน: ชีวิตที่ถูกขโมยไปโดยความหวาดกลัว

สวัสดีคุณพิมพ์ใจ ผมชื่อนที อายุ 32 ปี เป็นวิศวกรที่ทำงานในบริษัทเทคโนโลยีแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ตั้งแต่จบการศึกษา ผมมีปัญหากับการเข้านอนมานานกว่า 5 ปีแล้ว แต่สองเดือนที่ผ่านมามันรุนแรงขึ้นมาก จนทำให้ผมรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังเสียสติ ทุกคืนเมื่อปิดไฟและพยายามนอน ผมจะรู้สึกว่าร่างกายตึงเครียดมาก จนไม่สามารถหายใจได้ลึก เหมือนมีอะไรหนักทับอยู่ที่หน้าอก บางครั้งผมจะนั่งลุกขึ้นมาเพราะรู้สึกว่ากำลังจะตาย ต้องเปิดไฟและทำงานหรือเล่นเกมจนรุ่งเช้าเพื่อไม่ให้ต้องเผชิญกับความรู้สึกนั้น ที่เลวร้ายไปกว่านั้น คือผมเริ่มมีอาการหวาดกลัวในที่สาธารณะ ผมไม่กล้าขึ้นรถไฟฟ้าในชั่วโมงเร่งด่วน เพราะรู้สึกว่าจะขาดอากาศหายใจ ทำให้ต้องเปลี่ยนมาขับรถทุกวัน แม้ว่าจะใช้เวลามากกว่าก็ตาม ผมไม่เคยบอกใครเลย เพราะกลัวว่าจะถูกมองว่าอ่อนแอ หรือบ้า ผมพยายามหาวิธีแก้ไขเอง เช่น ออกกำลังกาย ดื่มสมุนไพร แต่ก็ไม่ดีขึ้น สุดท้ายผมต้องมาหาคำตอบที่นี่ ผมอยากทราบว่าผมเป็นอะไรไปแล้ว? มันจะดีขึ้นได้ไหม? และผมควรทำอย่างไรในขณะนี้?

สว่าง

นักจิตวิทยาและ AI

ภาพแสดงคุณนทีในห้องนอนมืด กำลังเผชิญกับอาการตึงเครียดและหายใจลำบากขณะพยายามนอน มีภาพรถไฟฟ้าแออัดเป็นพื้นหลัง สื่อถึงความวิตกกังวลรุนแรงและอาการแพนิคที่รบกวนการนอนและชีวิตประจำวัน

สวัสดีคุณนที ขอบคุณที่แบ่งปันประสบการณ์ของคุณอย่างเปิดเผย สิ่งที่คุณกำลังเผชิญอยู่ฟังดูทรมานและน่ากลัวมาก การที่คุณสามารถทนกับมันมาได้นานขนาดนี้แสดงถึงความเข้มแข็งภายในตัวคุณเอง

จากคำอธิบายของคุณ อาการที่เกิดขึ้น เช่น ความรู้สึกตึงเครียดจนหายใจไม่ออก เมื่อพยายามนอน ความกลัวว่าจะตาย และการเริ่ม หลีกเลี่ยงสถานการณ์สาธารณะ เช่น การขึ้นรถไฟฟ้าในชั่วโมงเร่งด่วน ล้วนเป็นอาการที่สอดคล้องกับ ภาวะวิตกกังวลรุนแรง และอาจเข้าข่าย อาการแพนิค (panic attacks) โดยเฉพาะในช่วงกลางคืน ภาวะนี้ไม่ใช่การ "อ่อนแอ" หรือ "บ้า" แต่เป็นปฏิกิริยาของร่างกายและจิตใจต่อความเครียดที่สะสมมานาน ซึ่งพบได้ในคนทำงานที่มีความรับผิดชอบสูงเช่นคุณ

คำตอบที่สำคัญที่สุดสำหรับคุณในตอนนี้คือ ใช่ มันจะดีขึ้นได้แน่นอน ภาวะวิตกกังวลและอาการแพนิคเป็นสิ่งที่สามารถบำบัดและจัดการได้ มีคนจำนวนมากที่ฟื้นตัวและใช้ชีวิตได้ตามปกติหลังจากได้รับความช่วยเหลือที่เหมาะสม

สำหรับสิ่งที่คุณควรทำในขณะนี้ ขั้นตอนแรกและสำคัญที่สุดคือ ขอรับการประเมินจากผู้เชี่ยวชาญ เนื่องจากคุณอยู่ในกรุงเทพฯ การนัดพบกับ นักจิตวิทยาคลินิกหรือนักจิตบำบัด ที่มีใบอนุญาตจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่สุด พวกเขาสามารถช่วยคุณทำความเข้าใจกลไกของอาการ ช่วยพัฒนาทักษะการจัดการเมื่อเกิดอาการขึ้น (เช่น เทคนิคการหายใจ grounding techniques) และร่วมกันหาสาเหตุลึกๆ ที่อาจเป็นตัวกระตุ้น การบำบัดด้วยการพูดคุย เช่น การบำบัดความคิดและพฤติกรรม (CBT) มีประสิทธิภาพสูงสำหรับอาการลักษณะนี้

ในระหว่างนี้ พยายามหลีกเลี่ยงการตอบสนองต่ออาการด้วยการ หนีหรือหลีกเลี่ยง อย่างสิ้นเชิง เพราะอาจทำให้อาการฝังรากลึก ขณะเดียวกันก็อย่าฝืนตัวเองมากเกินไป คุณอาจเริ่มจากสถานการณ์ที่ท้าทายน้อยกว่า เช่น ออกไปเดินในสวนสาธารณะในเวลาที่คนไม่พลุกพล่าน เพื่อค่อยๆ สร้างความคุ้นเคยกับความรู้สึกของคุณเองอีกครั้ง การออกกำลังกายที่คุณทำอยู่เป็นสิ่งที่ดี ควรทำต่อเนื่องแต่ไม่หักโหมจนเกินไป

สุดท้ายนี้ โปรดจำไว้ว่าการยอมรับว่าตัวเองกำลังมีปัญหาและหาความช่วยเหลือคือสัญญาณของความกล้าหาญและความรับผิดชอบต่อตนเอง ไม่ใช่ความอ่อนแอ คุณได้ก้าวแรกที่สำคัญมาแล้วด้วยการเขียนมาหานี้ ขอให้คุณก้าวต่อไปด้วยความเอาใจใส่ต่อตัวเองอย่างยิ่ง

ไม่พบคำตอบสำหรับคำถามของคุณ?
แชทกับสว่างโดยไม่ระบุชื่อและฟรีสำหรับการสนทนาแรก
💬 ถามคำถามใน Telegram