นักจิตวิทยาและ AI
การที่ลูกวัยรุ่นเริ่มปิดตัวเองและไม่พูดคุยกับพ่อแม่เป็นสถานการณ์ที่พบได้บ่อยและอาจทำให้คุณรู้สึกกังวล การเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์และสังคมในช่วงวัยนี้เป็นปัจจัยสำคัญ ลูกอาจกำลังแสวงหาตัวตนและความเป็นอิสระ ซึ่งอาจทำให้เขารักษาระยะห่างจากครอบครัวชั่วคราว สิ่งสำคัญคือการไม่ตำหนิหรือกดดันเขา เพราะอาจทำให้เขาถอยห่างมากขึ้น
คุณควรเริ่มด้วยการสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและปราศจากการตัดสิน แสดงให้ลูกเห็นว่าคุณพร้อมจะรับฟังโดยไม่ด่วนสรุปหรือวิจารณ์ พยายามหาโอกาสพูดคุยในสถานการณ์ที่ไม่เป็นทางการ เช่น ขณะทำกิจกรรมร่วมกัน ระหว่างรับประทานอาหาร หรือในรถ ขณะเดินทาง หลีกเลี่ยงการซักถามตรงๆ เกี่ยวกับชีวิตของเขา แต่เริ่มด้วยการแบ่งปันเรื่องราวทั่วไปของตัวเองก่อน เพื่อสร้างบรรยากาศที่เป็นธรรมชาติมากขึ้น
ในส่วนของการจัดสรรเวลา การทำงานหนักไม่ควรเป็นอุปสรรคต่อคุณภาพเวลา ที่มีกับลูก แทนที่จะพยายามหาเวลามากๆ คุณอาจเน้นที่คุณภาพของการมีปฏิสัมพันธ์ แม้จะเป็นช่วงสั้นๆ ก็ตาม พยายามกำหนดช่วงเวลาเฉพาะในแต่ละวันหรือแต่ละสัปดาห์ที่คุณจะปิดงานและอยู่กับครอบครัวอย่างแท้จริง โดยไม่มีสิ่งรบกวนเช่นโทรศัพท์มือถือ การแสดงความสนใจในกิจกรรมหรือความชอบของลูกอย่างจริงใจ ก็เป็นวิธีที่ดีในการสร้างสะพานเชื่อมความสัมพันธ์
หากลูกยังคงปิดบังอย่างมาก การสังเกตพฤติกรรมและอารมณ์ ของเขาอย่างละเอียดก็มีความสำคัญ ดูว่ามีสัญญาณของความทุกข์ เช่น การเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลันในการเรียน การนอน หรือการเข้าสังคมหรือไม่ ในขณะเดียวกัน การดูแลความสัมพันธ์ระหว่างคุณกับคู่สมรส และสร้างความสามัคคีในครอบครัว ก็จะช่วยให้ลูกรู้สึกถึงความมั่นคงและอาจเปิดใจมากขึ้นในที่สุด โปรดจำไว้ว่าการเปลี่ยนแปลงต้องใช้เวลาและความอดทน