นักจิตวิทยาสว่าง

🧠 มนุษย์ + ปัญญาประดิษฐ์ = วิธีแก้ไขที่ดีที่สุด

ลูกชายวัยรุ่นก้าวร้าวหลังพ่อจากไป! ควรพาไปพบจิตแพทย์หรือยังคะ?

สวัสดีค่ะ น้ำผึ้ง อายุ 33 ปี ค่ะ วันนี้มีเรื่องที่อยากปรึกษาเกี่ยวกับลูกชายวัย 16 ปีค่ะ เขาเริ่มแสดงพฤติกรรมก้าวร้าวมากขึ้นเรื่อยๆ เช่น ตีกระทะกระทั่งในบ้าน ทุบโทรศัพท์ของตัวเอง และเมื่อวานนี้เขาดึงผมพี่สาวจนร้องไห้ น้ำผึ้งพยายามคุยกับเขาแล้ว แต่เขาบอกว่ารู้สึกโกรธทุกอย่าง ไม่รู้จะจัดการกับอารมณ์ยังไงดีค่ะ เรื่องนี้เริ่มขึ้นหลังจากที่พ่อของเขา (สามีของน้ำผึ้ง) ต้องย้ายไปทำงานต่างประเทศเป็นเวลา 1 ปีแล้วค่ะ ก่อนหน้านี้ลูกชายกับพ่อสนิทกันมาก พอพ่อจากไป เขาก็เริ่มเปลี่ยนไปเรื่อยๆ น้ำผึ้งพยายามให้เขาเข้ามาหาเพื่อนๆ หรือทำกิจกรรมที่ชอบ แต่เขาปฏิเสธทุกอย่างค่ะ น้ำผึ้งกังวลมากค่ะ ว่าเขาอาจจะทำร้ายตัวเองหรือคนอื่นรุนแรงขึ้นไปอีก ไม่รู้ว่าควรจะช่วยเขายังไงดี ควรจะพาไปพบจิตแพทย์หรือยังคะ? หรือมีวิธีอื่นที่จะช่วยเขาได้บ้างคะ? ขอบคุณมากค่ะ ที่ให้คำปรึกษา

สว่าง

นักจิตวิทยาและ AI

ภาพคุณแม่ชาวไทยอายุ 33 ปี กำลังกังวลกับลูกชายวัย 16 ปีที่แสดงพฤติกรรมก้าวร้าวและห่างเหิน หลังพ่อย้ายไปทำงานต่างประเทศ

สวัสดีค่ะคุณน้ำผึ้ง ขอบคุณที่เล่าเรื่องมาให้ฟังและขอชื่นชมความห่วงใยและความพยายามของคุณอย่างมาก สถานการณ์ที่คุณและลูกชายวัย 16 ปีกำลังเผชิญอยู่ดูเหมือนจะเกี่ยวข้องกับการสูญเสียและการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในชีวิตของเขา นั่นคือการจากไปของพ่อซึ่งเป็นบุคคลที่เขาสนิทด้วย การแสดงพฤติกรรมก้าวร้าว เช่น การทำลายข้าวของหรือทำร้ายพี่สาว อาจเป็นสัญญาณว่าเขากำลังจัดการกับความโกรธและความเศร้าที่ซับซ้อนไม่ได้ และกำลังใช้วิธีนี้เพื่อปลดปล่อยความรู้สึกภายใน

จากที่คุณบรรยายมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งความรุนแรงที่เพิ่มขึ้นและผลกระทบต่อคนในครอบครัว รวมถึงการที่เขาปฏิเสธกิจกรรมต่างๆ และบอกว่าไม่รู้จะจัดการอารมณ์อย่างไร การขอคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตเป็นขั้นตอนที่สมควรและจำเป็นอย่างยิ่ง ในกรณีนี้ การพบจิตแพทย์ (ซึ่งเป็นแพทย์ที่สามารถประเมินและวินิจฉัยทางคลินิกได้ครบถ้วน) หรือนักจิตวิทยาคลินิก จะเป็นประโยชน์มาก เพราะผู้เชี่ยวชาญเหล่านี้สามารถประเมินสถานการณ์อย่างลึกซึ้ง ช่วยเขาทำความเข้าใจและจัดการอารมณ์โกรธผ่านการบำบัดที่เหมาะสม และประเมินความเสี่ยงต่อการทำร้ายตัวเองหรือผู้อื่น ซึ่งตรงกับความกังวลหลักของคุณ

ในระหว่างนี้ คุณสามารถช่วยเขาได้โดยพยายามสื่อสารด้วยความเข้าใจและไม่ตัดสิน แทนที่จะถามตรงๆ ถึงสาเหตุของความโกรธ อาจลองพูดถึงความรู้สึกของคุณเองหรือแสดงความห่วงใยต่อความรู้สึกของเขา เช่น "แม่เห็นว่าแกดูโกรธและหงุดหงิดมากช่วงนี้ แม่เป็นห่วงแกจริงๆ" การสร้างบรรยากาศที่ปลอดภัยสำหรับการพูดคุยเป็นสิ่งสำคัญ แม้ว่าเขาอาจไม่ตอบสนองในทันที แต่เขาจะรู้สึกได้ว่ามีคนพร้อมรับฟัง

โปรดจำไว้ว่า การพาเขาไปพบผู้เชี่ยวชาญไม่ใช่การยอมแพ้หรือหมายความว่าเขาเป็นคนไม่ดี แต่เป็นการให้การสนับสนุนและเครื่องมือที่ถูกต้องเพื่อให้เขาผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปได้ ขอให้คุณดูแลสุขภาพจิตของตัวเองด้วยในช่วงเวลาที่ยากลำบากเช่นนี้

ไม่พบคำตอบสำหรับคำถามของคุณ?
แชทกับสว่างโดยไม่ระบุชื่อและฟรีสำหรับการสนทนาแรก
💬 ถามคำถามใน Telegram