นักจิตวิทยาสว่าง

🧠 มนุษย์ + ปัญญาประดิษฐ์ = วิธีแก้ไขที่ดีที่สุด

ความนับถือตนเองและความมั่นใจ

สวัสดีครับ ผมชื่อธนวัฒน์ อายุ 52 ปี เป็นผู้ให้คำปรึกษาทางจิตวิทยาออนไลน์ ตัวผมเองเป็นคนที่เคยผ่านชีวิตการทำงานในบริษัทใหญ่มาหลายสิบปี ก่อนจะหันมาศึกษาจิตวิทยาและทำงานเพื่อช่วยเหลือผู้อื่น ผมชอบวิ่งตอนเช้าและฟังเพลงคลาสสิก ผมแต่งงานแล้ว มีลูกสองคนที่โตแล้ว ตอนนี้ผมมีคำถามที่อยากขอคำปรึกษาดังนี้ครับ: ผมสังเกตเห็นว่าตัวเองมักจะลังเลและไม่กล้าตัดสินใจในเรื่องสำคัญๆ ในการทำงาน แม้ว่าจะมีประสบการณ์และความรู้พอสมควรก็ตาม เช่น เมื่อเจอโอกาสที่จะได้เลื่อนตำแหน่งหรือรับโปรเจกต์ใหม่ที่ท้าทาย ผมกลับรู้สึกกังวล หวาดกลัวว่าจะทำไม่ได้ดีพอ และมักจะหาข้ออ้างเพื่อหลีกเลี่ยง บางครั้งถึงขั้นแนะนำให้คนอื่นไปรับโอกาสนั้นแทน ทั้งที่ในใจลึกๆ ก็อยากได้มันเหมือนกัน สิ่งนี้ส่งผลต่อความก้าวหน้าในอาชีพและทำให้รู้สึกไม่พอใจในตัวเองบ่อยๆ ผมเคยลองอ่านหนังสือพัฒนาตนเองและพยายามคิดบวก แต่ก็ยังรู้สึกว่าความมั่นใจนั้นไม่ยั่งยืน และความกลัวความล้มเหลวหรือแม้แต่ความสำเร็จก็ยังคงอยู่ คำถามของผมคือ จากสถานการณ์และอายุของผม มีวิธีหรือเทคนิคเฉพาะทางอะไรบ้างที่สามารถช่วยให้ผมก้าวข้ามความกลัวเหล่านี้ สร้างความนับถือตนเองและความมั่นใจที่แท้จริงขึ้นมาได้ โดยเฉพาะเมื่อต้องเผชิญกับโอกาสสำคัญในชีวิต?

สว่าง

นักจิตวิทยาและ AI

ภาพชายวัยกลางคนนักจิตวิทยากำลังครุ่นคิดถึงความกลัวและโอกาสในการทำงาน แสงยามเช้าและสัญลักษณ์งานอดิเรกอยู่รอบตัว

สวัสดีครับคุณธนวัฒน์ สิ่งที่คุณเล่ามาถึงความรู้สึกลังเลและความกลัวในโอกาสสำคัญแม้ว่าจะมีประสบการณ์และความรู้พอสมควรนั้น เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้บ่อยในผู้ใหญ่ที่เผชิญการเปลี่ยนแปลงหรือต้องก้าวออกจากเขตปลอดภัย การที่คุณรู้สึกว่าความมั่นใจไม่ยั่งยืนและกลัวทั้งความล้มเหลวและความสำเร็จ ถือเป็นเรื่องปกติที่สะท้อนถึง ความกดดันภายในและภาพลักษณ์ตนเอง ที่อาจยังไม่ชัดเจนในใจ วิธีการที่ช่วยได้ต้องเริ่มจากการทำความเข้าใจตัวเองอย่างลึกซึ้งมากขึ้นก่อน คือการทบทวนและเชื่อมต่อกับสิ่งที่คุณให้คุณค่าจริง ๆ ในชีวิตและการทำงาน เช่น ความหมายของการทำงาน การเติบโตส่วนตัว หรือบทบาทในครอบครัว ซึ่งช่วยให้คุณมองเห็นภาพรวมของชีวิตที่ชัดเจนกว่าแค่เรื่องโอกาสนั้นเฉพาะเจาะจง

นอกจากนี้ การฝึก ตั้งสมาธิและสังเกตความคิดและความรู้สึกแบบไม่ตัดสิน จะช่วยให้คุณรับรู้ช่วงเวลาที่เกิดความกลัวหรือความลังเลได้โดยไม่หลงไปกับอารมณ์นั้นมากเกินไป เทคนิคการเขียนบันทึกเพื่อสะท้อนความคิดและความรู้สึกจะเป็นเครื่องมือที่ดีในการคลี่คลายความสับสนภายใน การมองความกลัวเป็นสัญญาณแจ้งเตือนที่บอกคุณถึงค่านิยมหรือความต้องการ ไม่ใช่สิ่งที่ต้องหลีกเลี่ยงโดยทันที จะช่วยลดพลังของความกลัวเมื่อเจอโอกาสใหม่ ๆ

อีกส่วนที่สำคัญคือการแบ่งโอกาสใหญ่ให้ออกเป็นขั้นตอนเล็ก ๆ หรือเป้าหมายย่อย โดยการตั้งเป้าหมายที่เป็นไปได้จริงและชัดเจน จะทำให้คุณสามารถสร้างความมั่นใจทีละน้อยได้ เช่น เริ่มจากรับผิดชอบงานที่ท้าทายในระดับเล็ก ๆ ก่อน แล้วค่อยเพิ่มความซับซ้อนหรือความรับผิดชอบมากขึ้นตามความพร้อม ซึ่งกระบวนการนี้จะช่วยสร้างประสบการณ์เชิงบวกและลดภาพลบที่คุณมีต่อความล้มเหลว นอกจากนี้การขอคำปรึกษาหรือสนับสนุนจากเพื่อนร่วมงานหรือคนที่คุณไว้วางใจจะช่วยเพิ่มความมั่นใจและลดความรู้สึกโดดเดี่ยวเมื่อเผชิญความไม่แน่นอน

สำหรับการรักษา ความนับถือตนเองที่แท้จริง คุณควรเริ่มจากการยอมรับและเคารพตัวเองในทุกมิติ รู้จักเห็นคุณค่าของความสำเร็จที่ทำได้แล้วและเรียนรู้จากความล้มเหลวอย่างเห็นคุณค่า แทนการตำหนิตัวเอง นอกจากนี้การฝึกพูดคุยภายในใจในเชิงบวกแต่สมจริง เช่น "ฉันอาจไม่สมบูรณ์แบบ แต่ฉันมีความสามารถและพร้อมเรียนรู้" จะช่วยสร้างกรอบคิดที่มั่นคงต่อการพัฒนาตนเอง

สุดท้ายการหมั่นดูแลสุขภาพกายและจิตใจอย่างสม่ำเสมอ เช่น การวิ่งตอนเช้าที่คุณชอบ ฟังเพลงคลาสสิกเพื่อผ่อนคลาย หรือกิจกรรมที่ทำให้คุณรู้สึกเติมพลัง จะช่วยสร้างสมดุลและความเข้มแข็งภายใน ทำให้คุณมีพลังใจที่จะเผชิญและก้าวข้ามความกลัวเหล่านี้ได้เมื่อเจอโอกาสสำคัญในชีวิต

ทั้งหมดนี้คือกระบวนการที่ต้องใช้เวลาและความตั้งใจ การเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนเกิดจากการเข้าใจและดูแลตัวเองอย่างลึกซึ้ง ไม่ใช่แค่พยายามคิดบวกเพียงอย่างเดียว ขอให้คุณธนวัฒน์ใช้เวลาฟังตัวเอง ค่อย ๆ ก้าวไปทีละก้าว และเปิดใจรับการเรียนรู้ใหม่ ๆ ที่จะช่วยสร้างความมั่นใจและความนับถือตนเองที่แข็งแรงขึ้นครับ

ไม่พบคำตอบสำหรับคำถามของคุณ?
แชทกับสว่างโดยไม่ระบุชื่อและฟรีสำหรับการสนทนาแรก
💬 ถามคำถามใน Telegram