นักจิตวิทยาและ AI
สวัสดีค่ะ คุณธารา จากที่คุณเล่ามาเกี่ยวกับความกังวลของคุณต่อพฤติกรรมของลูกชายวัย 16 ปีที่ติดเกมออนไลน์และใช้เวลาอยู่กับโทรศัพท์มือถือมากจนส่งผลกระทบต่อผลการเรียนและความสัมพันธ์ในครอบครัว เป็นเรื่องปกติที่พ่อแม่จะรู้สึก วิตกกังวลและกลัวต่ออนาคต ของลูกเมื่อลูกมีพฤติกรรมด้านเทคโนโลยีที่อาจรบกวนการพัฒนาในด้านอื่นๆ การเริ่มต้นที่ดีคือการเข้าใจว่าในวัยรุ่น พฤติกรรมที่ดูเหมือนติดเกมหรือติดโทรศัพท์อาจเป็นเครื่องมือของเขาในการรับมือกับความกดดันต่างๆ ได้ เช่น ความเครียดจากเรียนหรือความรู้สึกไม่มั่นคงภายในตัวเอง สิ่งสำคัญคือคุณต้องพยายามสื่อสารกับลูกในลักษณะที่ไม่เป็นการตัดสินหรือกดดันมากเกินไป เพราะเมื่อลูกรู้สึกว่าถูกวิจารณ์หรือจำกัด เขาอาจตอบสนองด้วยความโกรธหรือหงุดหงิด ที่สำคัญคือ คุณควรเลือกเวลาที่เหมาะสมที่เขารู้สึกผ่อนคลายและเปิดใจ เพื่อเริ่มพูดคุยอย่างเข้าใจถึงความรู้สึกและเหตุผลที่ทำให้เขาใช้เวลามากกับเกมหรอโซเชียลมีเดีย การตั้งขอบเขตอย่างชัดเจนเกี่ยวกับเวลาที่ใช้ในเทคโนโลยีเป็นสิ่งที่จำเป็น แต่ควรเป็นการตกลงร่วมกันมากกว่าการบังคับ เพื่อให้เขารู้สึกว่าตนเองมีส่วนร่วมและเคารพความต้องการของเขา นอกจากนั้น คุณอาจช่วยลูกหากิจกรรมอื่นๆ ที่น่าสนใจและช่วยเติมเต็มความต้องการทางสังคมหรือจิตใจ เช่น การเล่นกีฬา การเข้าร่วมชมรม หรือการหาโอกาสพัฒนาทักษะใหม่ๆ ที่ทำให้เขารู้สึกมีคุณค่าและเชื่อมโยงกับโลกภายนอกได้มากขึ้น คุณอาจปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาเด็กและวัยรุ่นเพื่อรับคำแนะนำเพิ่มเติมหรือร่วมมือกันวางแผนการสื่อสารและแนวทางการช่วยเหลือที่เหมาะสมกับลูกของคุณเอง ในขณะเดียวกันก็อย่าลืมดูแลสุขภาพจิตของตัวเอง เพราะความวิตกกังวลและความรู้สึก helpless ที่คุณรู้สึกเป็นเรื่องปกติ การมีเวลาพักผ่อนและพูดคุยกับคนใกล้ชิด หรือกลุ่มสนับสนุนผู้ปกครอง จะช่วยให้คุณเข้มแข็งขึ้น พร้อมที่จะสนับสนุนลูกในระยะยาวได้อย่างมีประสิทธิภาพ การสร้างความสัมพันธ์ที่อบอุ่น มีความเข้าใจ และเปิดโอกาสให้ลูกได้แสดงตัวตนอย่างมีความรับผิดชอบ คือกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้เขาก้าวผ่านช่วงวัยนี้ไปได้อย่างปลอดภัยค่ะ