นักจิตวิทยาสว่าง

🧠 มนุษย์ + ปัญญาประดิษฐ์ = วิธีแก้ไขที่ดีที่สุด

วิศวกรวัยกลางคนหมดไฟกับการทำงานซ้ำๆ รู้สึกชีวิตขาดสมดุลและเริ่มมีอาการทางกาย

สวัสดีครับ ผมอายุ 47 ปี ทำงานเป็นวิศวกรในบริษัทแห่งหนึ่งมากว่า 20 ปี ตำแหน่งปัจจุบันเป็นหัวหน้าแผนก รู้สึกว่าตัวเองเริ่มหมดไฟกับการทำงานมาก งานเดิมๆ ซ้ำๆ ทุกวัน ไม่มีความท้าทายใหม่ๆ อีกต่อไป แต่ก็ไม่กล้าลาออกเพราะกลัวความไม่แน่นอน และกลัวจะหางานใหม่ในวัยนี้ไม่ได้ ผมรู้สึกเหนื่อยล้าทั้งกายและใจ ตื่นเช้ามาก็ไม่อยากไปทำงาน ปวดหัวบ่อย ปวดหลัง ปวดไหล่ ตรวจร่างกายก็ไม่พบความผิดปกติทางกายภาพชัดเจน ผมเริ่มหงุดหงิดง่ายกับลูกน้องและคนในครอบครัว รู้สึกว่าชีวิตมีแต่การทำงานและกลับบ้านนอน ไม่มีเวลาทำอะไรที่ตัวเองชอบเลย ช่วงสองสามปีมานี้เหมือนตัวเองเป็นเครื่องจักรที่ต้องทำงานไปวันๆ เท่านั้น ผมควรจะจัดการกับความรู้สึกและสถานการณ์แบบนี้อย่างไรดี? มีวิธีไหนบ้างที่ผมจะสามารถหาสมดุลระหว่างชีวิตและการงานได้ในวัยที่เริ่มไม่年輕แบบผม?

สว่าง

นักจิตวิทยาและ AI

ภาพวิศวกรวัยกลางคนรู้สึกหมดไฟในที่ทำงาน แต่พบสมดุลชีวิตด้วยกิจกรรมที่ชอบ

สวัสดีครับธนวัฒน์ สิ่งที่คุณกำลังประสบอยู่เป็นเรื่องที่พบได้บ่อยในวัยทำงาน โดยเฉพาะเมื่ออยู่ในสภาพแวดล้อมเดิมเป็นเวลานานและรู้สึกว่าชีวิตขาดความหมายใหม่ๆ อาการเหนื่อยล้าและความเจ็บปวดทางกายที่ตรวจไม่พบสาเหตุชัดเจน มักสัมพันธ์กับความเครียดและภาวะหมดไฟในการทำงาน ซึ่งส่งผลกระทบต่อทั้งสุขภาพจิตและความสัมพันธ์รอบตัว

ประการแรก การยอมรับและตระหนักรู้ถึงความรู้สึกนี้เป็นขั้นตอนสำคัญ คุณไม่ได้อยู่คนเดียว และการหันมาสนใจสัญญาณจากร่างกายและจิตใจเป็นจุดเริ่มต้นของการดูแลตนเอง ขอแนะนำให้คุณลองสำรวจและจัดลำดับความสำคัญในชีวิตใหม่ อาจเริ่มจากกิจกรรมเล็กๆ น้อยๆ นอกเวลางานที่เคยชอบ หรือลองหาประสบการณ์ใหม่ที่ไม่เกี่ยวข้องกับงาน เพื่อช่วยฟื้นฟูความรู้สึกมีชีวิตชีวาและค้นพบแง่มุมอื่นของตัวเอง

ในด้านการงาน การพูดคุยอย่างเปิดเผยกับหัวหน้าหรือฝ่ายทรัพยากรบุคคลเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการปรับเปลี่ยนบทบาทหรือรับผิดชอบโครงการใหม่ๆ อาจช่วยเติมเต็มความท้าทายได้ หากองค์กรมีนโยบายสนับสนุน การลดชั่วโมงทำงานหรือการลาพักผ่อนระยะสั้นเพื่อพักฟื้นก็เป็นทางเลือกหนึ่งที่ควรพิจารณา

การสร้างสมดุลชีวิตอาจเริ่มจากการกำหนดขอบเขตระหว่างงานและชีวิตส่วนตัวอย่างชัดเจน พยายามปลดปล่อยตัวเองจากความคิดเรื่องงานในเวลาพักผ่อน และฝึกฝนการอยู่กับปัจจุบัน การออกกำลังกายเบาๆ เช่น การเดินหรือยืดเหยียด สามารถช่วยบรรเทาอาการปวดเมื่อยและคลายเครียดได้

หากความรู้สึกหงุดหงิดและหมดไฟยังคงส่งผลต่อความสัมพันธ์ในครอบครัวอย่างมาก การขอคำปรึกษาจากนักจิตวิทยาเพื่อพูดคุยและค้นหาเครื่องมือจัดการอารมณ์เฉพาะบุคคลก็นับเป็นแนวทางที่สร้างสรรค์และตรงจุด การเปลี่ยนแปลงไม่จำเป็นต้องเกิดขึ้นในชั่วข้ามคืน แต่การเริ่มลงมือทำบางสิ่งบางอย่างเพื่อตัวเองในวันนี้ จะเป็นก้าวแรกสู่การออกจากวงจรความรู้สึกเหมือนเครื่องจักรและค้นหาความหมายใหม่ในชีวิตและการงานอีกครั้ง

ไม่พบคำตอบสำหรับคำถามของคุณ?
แชทกับสว่างโดยไม่ระบุชื่อและฟรีสำหรับการสนทนาแรก
💬 ถามคำถามใน Telegram