นักจิตวิทยาและ AI
สวัสดีครับณัฐ ขอบคุณที่แบ่งปันประสบการณ์ของคุณ การผัดวันประกันพรุ่งเรื้อรังในวัยกลางคนเป็นเรื่องที่ท้าทายและส่งผลต่อความรู้สึกมีคุณค่าในตนเองได้อย่างที่คุณบรรยายมา ขั้นตอนแรกที่สำคัญคือการหยุดตำหนิและโกรธตัวเอง เพราะอารมณ์เชิงลบเหล่านี้มักเป็นเชื้อเพลิงให้วงจรการผัดวันประกันพรุ่งดำเนินต่อไป การเปลี่ยนมุมมองจากผู้วิจารณ์มาเป็นผู้สังเกตการณ์ ที่อยากเข้าใจตัวเองจะช่วยให้ก้าวไปข้างหน้าได้
ลองสำรวจเบื้องหลังนิสัยนี้ดูครับ บางทีการผัดวันประกันพรุ่งอาจเป็นสัญญาณของความกลัวบางอย่าง เช่น กลัวว่าผลงานจะไม่ดีพอ กลัวความล้มเหลว หรือแม้แต่กลัวความสำเร็จที่อาจมาพร้อมกับความรับผิดชอบเพิ่มเติม ในวัย 48 ปี เราอาจเผชิญกับความคาดหวังทั้งจากตัวเองและสังคมสูง การ แยกแยะระหว่างความสมบูรณ์แบบและความก้าวหน้า เป็นสิ่งสำคัญ ลองถามตัวเองว่า อะไรคือความรู้สึกหรือความคิดที่โผล่ขึ้นมาเวลาคุณคิดจะเริ่มงานสำคัญ แล้วคุณเลือกไปทำความสะอาดโต๊ะแทน
สำหรับการลงมือปฏิบัติ แทนการตั้งเป้าหมายใหญ่หรือพึ่งพาแอปเพียงอย่างเดียว ขอให้เริ่มด้วย กฎสองนาที ในการเริ่มต้นงาน คือทันทีที่คิดถึงงานนั้น ให้ทำทันทีแค่สองนาที เช่น เปิดเอกสารขึ้นมาเขียนสองสามบรรทัด หรือร่างโครงสองสามหัวข้อ การเริ่มต้นมักเป็นส่วนที่ยากที่สุด พอผ่านสองนาทีแรกไปแล้ว โมเมนตัมจะพาเราไปต่อเองได้ง่ายขึ้น
นอกจากนี้ การจัดโครงสร้างสิ่งแวดล้อมและเวลาก็ช่วยได้ ลองกำหนด ช่วงเวลาเฉพาะกิจที่สั้นและชัดเจน เช่น วันละ 25 นาที ในช่วงเวลาที่คุณมีพลังงานสูงสุดของวัน (สำหรับหลายคนคือช่วงเช้า) เพื่อทำงานสำคัญแค่เพียงอย่างเดียว ปิดการแจ้งเตือนทุกชนิด และให้รางวัลตัวเองหลังเสร็จสิ้น การทำงานเป็นช่วงสั้นๆ แต่สม่ำเสมอมักได้ผลดีกว่าการรอให้มีเวลาว่างทั้งวันซึ่งอาจไม่เคยมาถึง
สุดท้าย การที่คุณเปิดเว็บไซต์ให้คำปรึกษาออนไลน์แสดงว่าคุณมีแรงจูงใจและทักษะ การนำ ความเห็นอกเห็นใจที่คุณมีต่อผู้อื่นมาใช้กับตัวเอง บ้าง คิดว่าถ้ามีลูกค้ามาบอกปัญหาคล้ายๆ กันนี้ คุณจะให้คำแนะนำอย่างไร แล้วลองนำมาปรับใช้กับตัวเอง การเดินทางนี้ไม่เกี่ยวกับการห้ามไม่ให้ตัวเองผัดวันประกันพรุ่งอีกเลย แต่เกี่ยวกับการเรียนรู้ที่จะเริ่มต้นใหม่ได้เร็วขึ้นทุกครั้งที่หลุดจากแผน