นักจิตวิทยาสว่าง

🧠 มนุษย์ + ปัญญาประดิษฐ์ = วิธีแก้ไขที่ดีที่สุด

รับมือกับความโกรธและความหงุดหงิดจากการถูกกลั่นแกล้งในที่ทำงานอย่างไรดี

สวัสดีค่ะ ฉันชื่อพราว อายุ 27 ปี เป็นผู้หญิงที่ทำงานในบริษัทแห่งหนึ่งมาได้ 2 ปีแล้ว ปัญหาที่ฉันกำลังเผชิญอยู่ตอนนี้คือเรื่องความโกรธและความหงุดหงิดที่สะสมมาจากที่ทำงานค่ะ ในทีมของฉันมีเพื่อนร่วมงานผู้ชายคนหนึ่งที่มักจะแกล้งฉันตลอดเวลา บางครั้งก็แย่งเครดิตงานของฉันไป บางครั้งก็พูดจาเหยียดเพศแบบอ้อม ๆ ต่อหน้าคนอื่น เช่น "งานแบบนี้ผู้หญิงทำไม่ไหวหรอก ไว้ให้ผู้ชายทำดีกว่า" หรือ "วันนี้แต่งตัวสวยจัง ไว้เอาไว้ต้อนรับลูกค้าดีกว่า" ทำให้ฉันรู้สึกโกรธและอับอายมาก สิ่งที่ทำให้หงุดหงิดที่สุดคือเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ฉันทำงานโปรเจกต์ใหญ่จนเสร็จ แต่เขากลับไปรายงานหัวหน้าว่าเป็นผลงานของเขาเอง เวลาฉันพยายามจะอธิบายความจริง หัวหน้าดูเหมือนจะไม่เชื่อฉัน และบอกให้ "ร่วมมือกันให้ดี ๆ" ตอนนี้ฉันรู้สึกโกรธจนบางครั้งก็ระเบิดอารมณ์กับคนในครอบครัวโดยไม่ตั้งใจ กลางคืนก็นอนไม่หลับ คิดวนเวียนแต่เรื่องนี้ อยากรู้ว่าฉันควรจัดการกับความโกรธและความหงุดหงิดเหล่านี้อย่างไรดี? และควรรับมือกับสถานการณ์การกลั่นแกล้งในที่ทำงานแบบนี้อย่างไร?

สว่าง

นักจิตวิทยาและ AI

ภาพหญิงสาวในออฟฟิศกำลังเผชิญกับการกลั่นแกล้งและแย่งเครดิตงานจากเพื่อนร่วมงานชาย

สวัสดีค่ะพราว ขอบคุณที่กล้าแบ่งปันประสบการณ์ที่ยากลำบากนี้ออกมา สิ่งที่คุณกำลังเผชิญอยู่เป็นปัญหาที่ซับซ้อนทั้งในระดับอารมณ์และสังคม ซึ่งต้องการการจัดการที่รอบคอบทั้งกับตัวเองและสถานการณ์ในที่ทำงาน การรับมือกับความโกรธและความหงุดหงิดที่สะสมมานั้น สิ่งแรกที่ต้องทำความเข้าใจคืออารมณ์เหล่านี้เป็นปฏิกิริยาธรรมชาติของมนุษย์เมื่อถูกกระทำด้วยความไม่เป็นธรรม มันบ่งบอกว่าคุณยังมีความรู้สึกนับถือตนเองและความยุติธรรมในใจ อย่างไรก็ตาม การปล่อยให้ความโกรธควบคุมชีวิตจะทำลายทั้งสุขภาพจิตและความสัมพันธ์กับคนรอบข้างได้

เริ่มจากการจัดการกับอารมณ์ของตัวเองก่อน คุณอาจลองใช้เทคนิคการระบายอารมณ์อย่างสร้างสรรค์ เช่น เขียนจดหมายที่ไม่ส่ง (เขียนทุกสิ่งที่คุณอยากบอกเขาออกมาให้หมด) หรือทำกิจกรรมที่ใช้พลังงานอย่างวิ่ง เต้น หรือชกมุ่ง (ในที่ปลอดภัย) เพื่อปลดปล่อยความตึงเครียดที่สะสม เมื่ออารมณ์เริ่มเย็นลง ให้ลองวิเคราะห์สถานการณ์ด้วยเหตุผล ถามตัวเองว่า สิ่งที่เขาทำส่งผลกระทบกับคุณค่าในตัวคุณจริงหรือ? หรือมันเป็นเพียงความคิดเห็นที่บิดเบือนของคนที่มีปัญหาในตัวเอง การมองเห็นภาพใหญ่จะช่วยลดอำนาจของคำพูดเหยียดหยามเหล่านั้นลงได้

สำหรับการจัดการกับสถานการณ์ในที่ทำงาน สิ่งสำคัญคือต้องเก็บรวบรวมหลักฐานทุกครั้งที่เกิดเหตุการณ์ เช่น บันทึกวันเวลา สถานที่ ประโยคที่เขาพูด หรืออีเมลที่เกี่ยวข้อง เพื่อเป็นข้อมูลยืนยันเมื่อต้องการรายงานปัญหา ควรตั้งขอบเขตที่ชัดเจนกับเขาในครั้งต่อไปที่เขากระทำการกลั่นแกล้ง เช่น พูดด้วยน้ำเสียงมั่นคงว่า "ฉันไม่สบายใจที่คุณพูดแบบนี้ กรุณาเคารพฉันในฐานะเพื่อนร่วมงาน" โดยไม่ต้องอธิบายมาก หรือแสดงอารมณ์โกรธ ถ้าหัวหน้าไม่เชื่อคุณในตอนนี้ อาจเป็นเพราะขาดหลักฐานที่จับต้องได้ การนำเสนอข้อเท็จจริงที่ชัดเจนจะช่วยให้คุณดูน่าเชื่อถือมากขึ้น

นอกจากนี้ ควรสร้างเครือข่ายสนับสนุนในที่ทำงาน หาเพื่อนร่วมงานที่ไว้วางใจได้เพื่อแบ่งปันประสบการณ์และขอคำแนะนำ บางครั้งการมีคนยืนยันว่าคุณไม่ได้คิดไปเองจะช่วยลดความรู้สึกโดดเดี่ยวได้มาก และถ้าสถานการณ์ไม่ดีขึ้น คุณอาจต้องพิจารณาตัวเลือกในระยะยาว เช่น ย้ายแผนก หรือหางานใหม่ในที่ที่วัฒนธรรมองค์กรให้ความเคารพกับพนักงานทุกคน การตัดสินใจแบบนี้ไม่ใช่การพ่ายแพ้ แต่เป็นการเลือกที่จะดูแลสุขภาพจิตของตัวเองเป็นอันดับหนึ่ง

สุดท้ายนี้ อย่าลืมดูแลตัวเองในช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ พยายามทำกิจกรรมที่ทำให้คุณรู้สึกมีคุณค่า เช่น ออกกำลังกาย ทำอาหารที่ชอบ หรือใช้เวลากับคนที่รัก การนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอและการทำสมาธิแม้แต่สั้น ๆ ก็จะช่วยให้จิตใจของคุณแข็งแรงขึ้น เมื่อคุณดูแลตัวเองดีแล้ว คุณจะมีพลังในการต่อสู้กับสถานการณ์ที่ไม่เป็นธรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ไม่พบคำตอบสำหรับคำถามของคุณ?
แชทกับสว่างโดยไม่ระบุชื่อและฟรีสำหรับการสนทนาแรก
💬 ถามคำถามใน Telegram