นักจิตวิทยาสว่าง

🧠 มนุษย์ + ปัญญาประดิษฐ์ = วิธีแก้ไขที่ดีที่สุด

ภาวะซึมเศร้าและความไม่สนใจในชีวิตของชายวัย 49 ปี

สวัสดีครับ ผมอายุ 49 ปี เป็นผู้ชาย รู้สึกว่าตัวเองมีภาวะซึมเศร้าและไม่สนใจอะไรมาประมาณ 8 เดือนแล้ว ทุกอย่างที่เคยชอบทำ เช่น ออกกำลังกาย เล่นกีฬา พบปะเพื่อนฝูง ตอนนี้รู้สึกว่าไม่มีความสุขเลย ทำไปก็เหมือนไม่มีเป้าหมาย การงานที่ทำอยู่ก็รู้สึกว่าไร้ค่า แม้แต่เวลาอยู่กับครอบครัวก็รู้สึกเฉยๆ ไม่มีแรงบันดาลใจอะไรเลย ผมสังเกตว่าตัวเองเป็นคนคิดมาก มักจะวิเคราะห์เรื่องต่างๆ อย่างละเอียด และรู้สึกว่าตัวเองเป็นคนอ่อนไหวต่อความรู้สึกของคนอื่นมากๆ เวลามีใครมาปรึกษาปัญหา ผมจะรู้สึกหนักใจไปด้วย บางครั้งก็รู้สึกเหนื่อยกับการใช้ชีวิตในสังคม อยากอยู่คนเดียวเงียบๆ ที่หนักไปกว่านั้นคือ ตอนนี้ผมเริ่มรู้สึกกลัวการเข้าสังคม เวลาต้องไปประชุมงานหรือพบปะลูกค้า ใจจะเต้นเร็ว เหงื่อออก อยากหลบหนี ตอนแรกคิดว่าแค่เครียดชั่วคราว แต่ตอนนี้เริ่มส่งผลต่อการทำงานแล้ว ผมลองสังเกตตัวเองดู แล้วคิดว่าบุคลิกภาพของผมอาจเป็นปัจจัยหนึ่ง ที่ทำให้รู้สึกแบบนี้ รวมถึงการที่ผมใช้เวลาอยู่ในโซเชียลมีเดียมากเกินไป มักจะเห็นแต่ชีวิตที่สมบูรณ์แบบของคนอื่น แล้วรู้สึกว่าชีวิตตัวเองไม่ดีพอ คำถามของผมคือ: จากสถานการณ์ของผม ที่มีทั้งภาวะซึมเศร้า ความไม่สนใจในสิ่งต่างๆ การเป็นคนอ่อนไหวสูง รวมถึงอาการกลัวการเข้าสังคมที่เริ่มมากขึ้น ควรจะเริ่มจัดการกับปัญหานี้อย่างไรดี? ควรหันไปหาการบำบัดแบบไหนก่อน และจะเริ่มฟื้นฟูความสนใจในชีวิตประจำวันได้อย่างไร?

สว่าง

นักจิตวิทยาและ AI

ภาพชายวัยกลางคนกำลังครุ่นคิดถึงภาวะซึมเศร้าและความวิตกกังวล กับแสงแห่งความหวังเบื้องหลัง

จากสถานการณ์ของคุณที่อธิบายมา การเริ่มจัดการกับปัญหาควรเริ่มจาก การยอมรับและเข้าใจความรู้สึกตนเอง ก่อนเป็นขั้นตอนแรก เนื่องจากคุณระบุอาการหลายด้านที่อาจเชื่อมโยงกัน ทั้งความรู้สึกซึมเศร้า ความไม่สนใจสิ่งเดิม อาการทางกายเมื่อต้องเข้าสังคม และบุคลิกภาพที่อ่อนไหว การรับรู้ปัญหานี้เป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญมาก

ในแง่ของการหันไปหาการบำบัด เนื่องจากคุณไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตเวช ขอแนะนำให้เริ่มด้วย การปรึกษานักจิตวิทยาหรือผู้ให้คำปรึกษา ที่มีใบอนุญาตเป็นลำดับแรก นักจิตวิทยาสามารถช่วยคุณสำรวจความคิด อารมณ์ และพฤติกรรมผ่านการบำบัดแบบพูดคุย เช่น การบำบัดด้านความคิดและพฤติกรรม (CBT) ซึ่งมีประสิทธิภาพสำหรับภาวะซึมเศร้าและความวิตกกังวลทางสังคม รวมถึงช่วยพัฒนาทักษะการจัดการกับความอ่อนไหวและการคิดมากได้ การบำบัดรูปแบบอื่นที่อาจเหมาะคือ การบำบัดที่มุ่งเน้นความเห็นอกเห็นใจตนเอง หรือการบำบัดที่รับรู้บทบาทของบุคลิกภาพ

สำหรับการเริ่มฟื้นฟูความสนใจในชีวิตประจำวัน ขอแนะนำให้เริ่มจาก การตั้งเป้าหมายเล็กๆ ที่ทำได้จริง และไม่กดดันตนเอง เช่น ลองกลับไปทำกิจกรรมที่เคยชอบเพียงช่วงสั้นๆ โดยไม่คาดหวังความรู้สึกสุขแบบเดิมทันที การ ลดเวลาการใช้โซเชียลมีเดีย ลงอย่างมีสติ และแทนที่ด้วยกิจกรรมที่สัมผัสได้จริง เช่น การเดินในธรรมชาติ หรือการเขียนบันทึกความรู้สึก การฝึก การอยู่กับปัจจุบัน อาจช่วยลดการคิดมากได้ และที่สำคัญคือการ ให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพพื้นฐาน เช่น การนอนหลับให้เพียงพอ และการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์

โปรดจำไว้ว่าการเปลี่ยนแปลงนี้ใช้เวลา และการขอความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญเป็นสัญญาณของความเข้มแข็ง ไม่ใช่ความอ่อนแอ ขอให้คุณเริ่มจากขั้นตอนเล็กๆ ที่รู้สึกสบายใจที่สุดก่อน

ไม่พบคำตอบสำหรับคำถามของคุณ?
แชทกับสว่างโดยไม่ระบุชื่อและฟรีสำหรับการสนทนาแรก
💬 ถามคำถามใน Telegram