นักจิตวิทยาสว่าง

🧠 มนุษย์ + ปัญญาประดิษฐ์ = วิธีแก้ไขที่ดีที่สุด

เมื่อผู้จัดการวัย 33 ปี หมดไฟจากงานและฝันแบบรู้ตัวถึงการหนี

สวัสดีครับ ผมอายุ 33 ปี เป็นผู้ชาย ทำงานในบริษัทแห่งหนึ่งมาเกือบ 10 ปี ตำแหน่งปัจจุบันเป็นผู้จัดการทีม ผมรู้สึกเหนื่อยล้าทางจิตใจมากในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา แม้ว่างานจะเดินหน้าได้ดี แต่ความรู้สึกเบื่อหน่ายและหมดไฟเริ่มครอบงำ จนบางครั้งผมฝันแบบรู้ตัวว่าตัวเองกำลังวิ่งหนีจากที่ทำงาน หรือไม่ก็ตกจากตึกสูงในฝันบ่อยครั้ง ตื่นมาพร้อมกับความวิตกกังวลทุกเช้า ผมพยายามพูดคุยกับแฟน (เราอยู่กินด้วยกันมา 5 ปี) แต่เธอก็มีงานของเธอที่เครียดไม่แพ้กัน ทำให้บางครั้งเราก็เถียงกันเพราะต่างคนต่างสะสมความเครียด ผมสงสัยว่าปัญหานี้อาจมีรากลึกจากพื้นฐานจิตวิเคราะห์บางอย่าง หรือเป็นแค่ความเครียดเรื้อรังจากการทำงาน? ผมควรหันไปศึกษาจิตวิทยาข้ามบุคคลเพื่อเข้าใจตัวเองมากขึ้นหรือไม่? ขอคำแนะนำด้วยครับ

สว่าง

นักจิตวิทยาและ AI

ภาพที่สื่อถึงภาวะหมดไฟและความวิตกกังวลจากการทำงานสะสมของชายวัย 33 ปี ผ่านสัญลักษณ์ของความสูง ความฝันร้าย และความสัมพันธ์ที่ตึงเครียด

สวัสดีครับณัฐ ขอบคุณที่แบ่งปันความรู้สึกและประสบการณ์ของคุณ การที่คุณเป็นผู้จัดการวัย 33 ปีและทำงานมาเกือบ 10 ปี แล้วพบกับความเหนื่อยล้าทางจิตใจ หมดไฟ (Burnout) และฝันร้ายที่สะท้อนความวิตกกังวลเช่นการวิ่งหนีหรือตกจากที่สูง เป็นสัญญาณที่ควรให้ความสำคัญอย่างยิ่ง สิ่งที่คุณประสบอยู่ดูเหมือนจะเป็นผลจาก ความเครียดเรื้อรังจากการทำงาน ที่สะสมมานาน มากกว่าที่จะเป็นปัญหาจิตวิเคราะห์รากลึกที่ซับซ้อน ฝันแบบรู้ตัวหรือฝันร้ายบ่อยครั้งมักเป็นกลไกทางจิตที่พยายามประมวลผลและตอบสนองต่อความกดดันในชีวิตจริง โดยเฉพาะเมื่อความรู้สึกถูกกักขังหรือหมดทางออกในสถานการณ์การทำงาน

การที่ความเครียดนี้เริ่มส่งผลถึงความสัมพันธ์กับแฟนซึ่งต่างคนต่างสะสมความเครียดเป็นเรื่องที่เข้าใจได้และพบได้บ่อย การศึกษาด้านจิตวิทยาข้ามบุคคล (Interpersonal Psychology) เพื่อเข้าใจตัวเองมากขึ้นเป็นแนวทางที่ดีและสร้างสรรค์ เนื่องจากจะช่วยให้คุณเข้าใจรูปแบบความสัมพันธ์และปฏิสัมพันธ์ที่อาจมีส่วนต่อความรู้สึกของคุณ อย่างไรก็ตาม ก่อนอื่นการจัดการกับความเครียดและภาวะหมดไฟในปัจจุบันเป็นสิ่งเร่งด่วน คุณอาจพิจารณาหาพื้นที่ในการปลดปล่อยและฟื้นฟูจิตใจ เช่น การหาที่ปรึกษาหรือนักจิตวิทยาเพื่อพูดคุยแบบส่วนตัว การกำหนดขอบเขตระหว่างงานและชีวิตส่วนตัว การหากิจกรรมที่ช่วยผ่อนคลายอย่างจริงจัง หรือแม้แต่การลาพักร้อนเพื่อกอบกู้พลังงานและมุมมอง

การสื่อสารกับแฟนในเวลาที่ทั้งคู่พร้อมมากขึ้น โดยอาจตั้งใจหาเวลาพูดคุยแบบไม่ตัดสินและรับฟังกันจริงๆ ก็สามารถช่วยบรรเทาความตึงเครียดในความสัมพันธ์ได้ การมองหาสมดุลใหม่ไม่ใช่ความอ่อนแอ แต่เป็นการดูแลสุขภาพจิตระยะยาวที่สำคัญสำหรับชีวิตการงานและชีวิตส่วนตัวของคุณ การเข้าใจตัวเองผ่านจิตวิทยาข้ามบุคคลจะเป็นเครื่องมือหนึ่ง แต่ควรเดินคู่ไปกับการลงมือจัดการกับสาเหตุของความเครียดในปัจจุบันอย่างเป็นรูปธรรมด้วยครับ

ไม่พบคำตอบสำหรับคำถามของคุณ?
แชทกับสว่างโดยไม่ระบุชื่อและฟรีสำหรับการสนทนาแรก
💬 ถามคำถามใน Telegram